มาฝึกการเล่น flush และ straights draw กันเถอะ (pot odds แบบง่าย)

มาฝึกเทคนิคการเล่น flush และ straights draw กันเถอะ

(pot odds แบบง่าย)

สวัสดีครับเพื่อนๆผมคิดว่าเราคงเคยเจอสถานการณ์ที่เราได้ไพ่ flush draw หรือ staight draw บน flop แล้วเราอาจไม่แน่ใจว่าควรเล่นแบบไหนดียกตัวอย่างเช่น เรากำลังเจอไพ่บน flop ที่เป็นเป็น flush draw ซึ่งก็หมายถึง เราถือสีเดียวกัน 2 ใบ และมีไพ่สีนั้นอีก 2 ใบบน flop นะครับ

เช่นตามรูป สมมุติเรามีไพ่หัวใจ 2 ใบบนมือครับ

pot odds

แต่ในขณะนั้นมีคน bet มาพอดี ทำให้เราต้องเกิดการเลือกว่าจะ call หรือ fold ดี เพราะถ้าเรา call หมายถึงเราต้องลุ้นว่าไพ่ใบต่อไปจะช่วยให้เราติด flush หรือเปล่า แต่ถ้าเรา fold หมายถึง เราก็ไม่ต้องเสียเงินอะไรเพิ่มเติมยกเว้น เงินที่ลงไปก่อนหน้านี้เท่านั้นครับ

และในการเล่น poker เราจะเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นประจำครับ ซึ่งถ้าใครไม่มีไอเดียว่าควรเล่นแบบไหนถึงจะดีที่สุดบทความเรื่องนี้ก็จะช่วยเราได้ครับ

pot odds คืออะไร? เกี่ยวข้องกับ flush และ straights อย่างไร?

เพื่อนๆเคยได้ยินคำว่า pot odds ไหมครับ ถ้าไม่เคย ก่อนอื่นให้ลืมชื่อมันไปก่อนได้เลยครับ แต่แค่รู้ว่าเรื่องนี้คือตัวช่วยให้เราตัดสินใจเล่นในสถานการณ์ไพ่ draw ได้ดีมากขึ้น และถ้าเราคำนวณเป็นมันจะช่วยสร้างกำไรในระยะยาวให้กับเราด้วยครับ และเราจะค้นพบด้วยว่าสถานการณ์ต่างๆเราจะสู้หรือหมอบดีได้อย่างเหมาะสมด้วยครับ ดีไหมครับ 55

pot odds จะช่วยให้เราคำนวณอัตราส่วนระหว่างการ bet และ call จากโอกาสที่เราจะติด staight หรือ flush ครับ

pot odds มีหน้าที่อย่างไร?

หน้าที่ของมันคือหาเงินให้เราครับ 555

เพราะถ้าเราสามารถรู้ทุกครั้งได้ว่าอะไรคือตัวเลือกที่ดีที่สุด จากการตัดสินใจเล่นในสถานการณ์ draw เราก็สามารถเซฟเงินหรือสร้างกำไรได้ในระยะยาวครับ รวมทั้งเรื่องนี้เราสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากสักเท่าไร และถ้าเรา get มันแล้ว เราก็จะสามารถนำมาช่วยในการตัดสินใจเล่นได้ตลอดไปด้วยครับ เจ๋งรึเปล่าครับ

วิธีการนำ pot odds มาใช้ในสถานการณ์ flush หรือ straight draw

หลังจากเกริ่นมานานเรามาเข้าสู่เนื้อหาหลักของบทความกันเถอะ 555 แต่จริงๆแล้ววีธีการนำมันมาใช้นั้นไม่ได้มีอะไรยุ่งยากอย่างที่คิดแน่นอนครับ ดังนั้นเพื่อนๆอย่าเพิ่งเบื่อที่จะอ่าน เดี๋ยวผมจะรีบอธิบายให้ฟังครับ 555 มาเริ่มกันเลย

ในหัวข้อนี้สิ่งที่จำเป็นที่สุดนั้นมีสองส่วนด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถค้นหา pot odd ได้แบบถูกวิธี ส่วนแรกคือการฝึกคาดคะเนว่า ไพ่เรามีโอกาสมากเท่าไหนในการติด flush หรือ staight (หรือไพ่อะไรก็ตามที่เราอยากให้ติดและรอมันอยู่นะครับ 555) และส่วนที่สอง คือการฝึกเปรียบเทียบระหว่าง จำนวนเงินที่เค้า bet มา เทียบกับเงินใน pot หลังจากนั้นเราค่อยคำนวณกับวิชาเลขง่ายๆในหัวเราว่า มือนั้นเราควรจะ call รึเปล่า

1 วิธีหาความน่าจะเป็นจากการติด draw (หรือโอกาสการได้ flush,straight )

card-odds

สิ่งที่เราต้องทำในการหาความน่าจะเป็นคือ การรู้ว่ายังเหลือไพ่อีกกี่ใบที่เรายังไม่ได้เห็น หลังจากนั้นเราจึงค่อยคำนวณว่ามีไพ่กี่ใบที่สามารถทำให้เรา เล่นไพ่ draw ได้สำเร็จ และมีไพ่กี่ใบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

จากนั้นให้นำตัวเลขเหล่านี้มารวมกัน เพื่อให้ได้รับอัตราส่วนที่จะนำไพ่ใช้ ตัวอย่างเช่น เราถือไพ่ดอกจิก 2 ใบในมือ และมีไพ่ดอกจิก 2 ใบบน flop วิธีการหาอัตราส่วนคือดังนี้

ใช้วิชาเลขเราคำนวณในหัว

แสดงว่ามีไพ่อีก 47 ใบที่เรายังไม่ได้เห็น มาจาก 52 ในสำรับ ลบไพ่ 2 ใบในมือ ลบไพ่ 3 ใบบน flop (52-2-3=47)

  • ดังนั้นจะมีไพ่ 9 ใบที่เรายังไม่ได้เห็นช่วยให้เราติด flush มาจาก ไพ่ดอกจิก 13ใบ – 2 ดอกจิกในมือเรา – 2 ดอกจิกบน flop
  • และไพ่อีก 38 ใบที่ไม่ได้ช่วยให้เราติด flush มาจาก ไพ่ 47 ใบที่เรายังไม่เห็น – ไพ่ 9 ใบที่ช่วยเรา = 38 ใบ
  • ดังนั้นอัตราส่วน pot odds ของเราก็คือ 38:9 หรือถ้าหารออกมาก็จะได้ 4:1 เป็นต้นครับ

ดังนั้นถ้าเรารู้แล้วว่า ผลลัพท์ของ flush draw คือ 4:1 แสดงว่าในทุก 4 ครั้ง เราจะมีโอกาสชนะ 1 ครั้งในระยะยาว หลังจากเราได้อัตราส่วนนี้แล้ว เราก็จะนำไปเปรียบเทียบกับโอกาสที่ดีที่สุดที่เราจะสามารถ call bet ได้ครับ

และเมื่อเรารู้อัตราส่วน 38:9 หรือ 4:1 ใน flush draw นี้แล้ว เราก็แค่จดจำไว้ว่าครั้งต่อไปที่เราเล่น แล้วเจอ flush draw อัตราส่วนก็คือ 4:1 นั่นเองครับ ซึ่งถ้าเราจำสูตร pot odds นี้คล่องมากเท่าไร ต่อไปก็ไม่ต้องมานั่งคำนวณให้ยุ่งยากแล้วครับ อิอิ ขั้นต่อไปคือ เสตป 2

2 ให้เราเปรียบเทียบจำนวนที่เค้า bet มากับจำนวนเงินใน pot

odds-bodog

ตามหัวข้อเลยครับ ให้เราเปรียบเทียบจำนวนที่คู่แข่งเค้า bet มากับจำนวนเงินใน pot  เพื่อที่เราจะหาอัตราส่วนที่ดีที่สุดในการ call โดยวิธีคิดคือ หาจากจำนวนเงินรวมทั้งหมดใน pot (จำนวนที่เค้า bet + จำนวนเงินใน pot ก่อนหน้านี้) โดยให้เราเริ่มคิดจากอัตราส่วนก่อน แล้วค่อยคิดจากจำนวน bet ทีหลัง เช่น

  • ถ้า bet 20 ไปใน pot ที่มีเงินอยู่ 100 อัตราส่วนคือ 120:20 = 6:1
  • ดังนั้น  bet 0.25 จะสร้างจำนวนเงินใน pot รวมที่มีเงิน 1 คือ 1:0.25 หรือ 4:1
  • bet 40 จะสร้างจำนวนเงินใน pot รวมที่มีเงินอยู่ 100 คือ 100:40 หรือ 2.5:1

ตัวอย่างนี้ทำให้เราเกิดไอเดียนำไปประยุกต์ใช้กับการคำนวณ ตัวอย่างเช่น สมมุติคู่แข่งเรามีชิปอยู่ตรงหน้า 200 แล้วเค้า bet 20 ไปใน pot 80 แสดงว่า pot odds ที่เราได้รับคือ 5:1 (100:20) ให้เราจดจำตัวเลขประมาณนี้ไว้ก่อนซึ่งผมจะอธิบายวิธีการนำไปใช้ในข้อต่อไปครับ

เป็นไงครับ การคำนวณ odds ที่กล่าวไปไม่มีอะไรยากใช่ไหมครับ และเราแค่นำอัตราส่วนตรงนี้ไปจัดการคำนวณในขั้นต่อไปเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเราฝึกบ่อยๆมันก็จะง่ายและคล่องขึ้นเรื่อยๆครับ อยากให้เพื่อนๆฝึกจนกระทั่งสามารถมองออกว่าอัตราส่วนคือเท่าไรภายใน 5 วินาทีแรกครับ เพราะถ้าเกิดเราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ก็ควรฝึกต่อไปแล้วเดี๋ยวมันจะเป็นธรรมชาติเองครับ 555

3 นำอัตราส่วนของ 2 ข้อแรกมาเปรียบเทียบกัน

compare

หลังจากที่เราเริ่มรู้วิธีคำนวน draw odds และ pot oddไปแล้ว ต่อไปเราก็จะเริ่มรู้แล้วว่า อัตราส่วนการ draw ไพ่เราอยู่ที่เท่าไร และอัตราส่วนคือเท่าไร สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือนำมันมาเปรียบเทียบกัน ดังเช่น

  • สมมุติ อัตราส่วน pot odds คือ 5:1
  • และอัตราส่วนไพ่ draw คือ 4:1

จากสองข้อนี้จะเห็นได้ว่า อัตราส่วนมีมากกว่าไพ่ draw ดังนั้นแปลว่าถ้าเราเล่นในสถานการณ์นี้เราจะสามารถทำเงินได้ในระยะยาวครับ เพราะฉนั้นถ้ามีคน bet มาในอัตราส่วนนี้เราควร call ครับ

หรือจะอธิบายง่ายๆได้อีกอย่าง คือแค่ให้เรายึดกฏตามนี้ครับ

ถ้า pot odd เรามากกว่าอัตราส่วนที่ไพ่เราจะเข้า ให้ call

ถ้า pot odd เราน้อยกว่าอัตราส่วนที่ไพ่เราจะเข้า ให้ fold

จำไว้ง่ายๆแค่ว่า ถ้าอัตราส่วนodds ของ pot มากกว่าก็เป็นเรื่องดีครับ หรือง่ายไปกว่านั้นคือ ยิ่งเค้า bet น้อยเท่าไร อัตราส่วน potodds เราก็จะมากขึ้นครับ เพราะมันจะมาคู่กัน เหมือนเธอกับฉัน (นอกเรื่องแล้ว 555)

แล้วเราควรคิด potodds กับไพ่ทั้ง 2 ใบเลยไหม?

เกือบลืมบอกไปว่า ก่อนหน้านี้เราพูดถึงแค่วิธีคำนวณ pot odds สำหรับไพ่ใบต่อไปเพียงใบเดียวเท่านั้นนะครับ อย่างไรก็ตามในการเล่นจริง ถ้าเราเล่นที่ flop ไพ่ที่จะต้องเปิดก็จะมีอีก 2 ใบที่เหลืออยู่ ดังนั้นบางคนจึงเกิดคำถามที่ว่า แล้วเราต้องคำนวณ 2 ใบไปเลยหรือเปล่า หรือแค่ใบเดียวเพียงเท่านั้น

คำตอบคือ ส่วนมากให้คำนวณแค่ใบเดียวครับ

เพราะถึงแม้จะเหลือไพ่อีก 2 ใบที่ยังไม่เปิดมา (สมมุติเราอยู่ที่ flop) เราก็ควรฝึกฝนการคำนวณ odd กับไพ่เพียงแค่ใบต่อไปใบเดียวเท่านั้นครับ

นั่นเป็นเพราะว่าถ้าเราคำนวณ pot odds กับไพ่ 2 ใบต่อไปพร้อมๆกัน เราจะไม่รู้ว่าตาต่อไป เราจะต้อง call เงินเป็นจำนวนเท่าไร หรืออีกฝ่ายเค้าจะ bet มาเท่าไร เพราะความไม่แน่นอนตรงนี้ ให้เราคำนวณอีกครั้งในช่วงไพ่ turn จึงเป็นเรื่องที่ชัวรกว่าครับ

ปล. แต่ว่าก็มีแค่สถานการณ์เดียวทีเราควรคำนวณ odd จากไพ่ทุกใบที่เหลืออยู่ คือ ถ้ามีคน all-in บน flop เกิดขึ้นครับ นอกนั้นก็ให้เราคำนวณเพียงแค่ใบต่อไปใบเดียวครับ

ภาพรวม

เนื้อหาในบทความนี้อาจค่อนข้างยาวสักหน่อย แต่ตัวผู้เขียนเองไม่อยากทำให้ผู้อ่าน คลุมเครือ และ ไม่ชัดเจน จนไม่สามารถนำไอเดียเรื่องนี้ไปต่อยอดได้นะครับ ผู้เขียนเองอยากให้เพื่อนๆที่บทความนี้ สามารถนำไอเดียเทคนิคการคำนวณ potodds นี้ไปฝึกฝน และรู้ว่าสถานการณ์ไหนควร call หรือ fold ในการเล่นจริง แต่ผู้เขียนก็มั่นใจว่าถ้าเพื่อนๆ เริ่มเข้าใจในpotodds อย่างดีแล้ว ผลลัพท์การเล่นก็จะดีขึ้นแน่นอนครับ ดังนั้น อยากให้กลับไปอ่านทวนใหม่อีกรอบทั้งหมด 5555

วิธีที่ดีที่สุดที่จะฝึกฝนการคำนวณ pot odds คือการนำไปใช้กับเกมจริงที่เราเล่นเลย ซึ่งจะสามารถทำให้เรามีการตัดสินใจและคำนวณได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นครับ

และเชื่อเถอะครับว่ามันไม่ยากเกินไปที่จะเริ่มฝึกคำนวณ pot odd ใส่มันเข้าไปในเกมของเราครับ ซึ่งเพื่อนๆอาจใช้เวลาเล่นแค่รอบ 2 รอบ และฝึกคำนวณ pot odds ไปด้วย ก็เริ่มคล่องแล้วครับ และสิ่งที่เราจะได้รับก็คือ เราจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น และรู้ว่าสถานการณ์ไหนที่ควรจะ call หรือ fold จากการเล่นไพ่ draw ซึ่งนอกจากจะทำให้เราเฉียบคมมากขึ้น เงินในกระเป๋าเรายังมากขึ้นด้วยครับ 5555

ถ้าเพื่อนๆอยากเรียนรู้โป๊กเกอร์เพิ่มเติม >> คลิกที่นี่

หรือถ้าเพื่อนๆอยากเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์แนะนำ >> คลิกที่นี่

Tags: