implied odds and expressed odds

หากเราสามารถเล่นโป๊กเกอร์โดยคำนวณ pot odds เป็นแล้ว ก็อาจมีข้อสงสัยว่า “ในสถานการณ์จริง อีกฝ่ายมักจะ bet หนักกว่า pot odds ที่เราจะ call ได้เวลาเรามี รอสี หรือ รอเรียงเสมอ ดังนั้นจำเป็นมั้ยที่เราจะต้องหมอบทุกครั้ง เพราะอัตราส่วน odds ไม่ดี”

เราจึงควรต้องมาทำความรู้จักกับ implied odds  เพราะบางครั้งเราเองก็ยังไม่รู้ว่าเราจะโชคดี call ไปแล้วติดสี ติดเรียง หรือ ไพ่เราสามารถพัฒนาได้จนเป็น nuts ได้รึเปล่า รวมทั้งถ้าเราติดไพ่ขึ้นมา เราจะสามารถกินเงินคู่ต่อสู้ได้รึเปล่า หรือเค้าจะรู้ตัวหมอบไปทันรึเปล่า?

ทีนี้ poker odds จริงๆแล้วมีด้วยกันสองแบบคือ expressed odds และ implied odds ซึ่งโดยปกติแล้ว expressed odds คือชนิดของ odds ที่เราคำนวณไว้ตั้งแต่ต้นจนจบมือ เช่นการที่เราตัดสินใจ call all-in หรือ การที่เรา move all-in เองเป็นต้น ดังนั้นผู้เล่นจึงรู้ผลหลังการเปิดไพ่จบทันที และรู้ตัวเงินทั้งหมดที่เรามีโอกาสชนะจาก pot นั้นด้วย

ส่วน implied odds ค่อนข้างจะซับซ้อนขึ้นมาหน่อย โดยสมมุติว่าเราโดนอีกฝ่าย bet มา โดยที่ไม่ได้บังคับให้เรา all-in ถ้าเราเลือก call ไปก็จะมีตาเดินที่เราต้องตัดสินใจต่ออีกในมือนั้น ทีนี้ถ้าไพ่เราติดเราก็มีโอกาสทำเงินได้มากขึ้น แต่ถ้าไพ่ไม่ติดเราก็คงไม่รู้สึกอยากจะเพิ่มเงินเข้าไปใน pot อีก ดังนั้น implied odds คือ odds ที่เราต้องเผื่อการเพิ่มเงินมากขึ้นใน pot อีกนั่นเองครับ

ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างกับ expressed odds เพราะเราสามารถคำนวณได้ค่อนข้างเป๊ะกว่า implied odds นั้นจึงต้องใช้องค์ประกอบอื่นๆมาช่วยในการตัดสินใจด้วย โดยหลักๆก่อนที่เราจะตัดสินใจเราก็ควรจะต้องถามตัวเองให้ได้ก่อนดังนี้ครับ

  • สมมุติไพ่เราติดขึ้นมา คู่ต่อสู้จะ call bet จากเราอีกรึเปล่า?
  • จำนวนเงินที่เค้าน่าจะ call bet จากเราได้คือเท่าไร?
  • เราควรจะ bet เท่าไรดี?

ตัวอย่าง

ในโต๊ะ texas holdem cash game ขณะที่เรากำลังเล่นอยู่ ไพ่ในมือเราคือ

5

และไพ่กองกลางออก

6

ขณะนั้น เรามีเงินหน้าตักทั้งหมด 5,000 บาท และคู่แข่งมีเงินหน้าตักเท่ากันกับเรา ส่วน pot กองกลางมีเงินอยู่ 1,800 บาท คู่แข่งเราเริ่ม bet มาที่ 1,000 บาท เราเชื่อว่าเค้าน่าจะติดคู่ A อยู่จากในฟลอป ดังนั้นเราควรจะ call หรือหมอบ?

เราเริ่มจากการคำนวณ pot odds ก่อน คือ ตอนนี้มีไพ่ 46 ใบในสำรับที่ยังไม่เห็น มีไพ่ 9 ใบที่จะทำให้เราติดฟลัช ส่วนอีก 37 ใบไม่ได้ช่วยอะไรเรา ดังนั้นอัตราส่วนคือ 37-ต่อ-9 เพื่อทีเราจะสามารถชนะมือนั้นได้ หรือประมาณ 4-ต่อ-1 และหลังจากรวมเงินกองกลางจากการ bet ของอีกฝ่าย เงินใน pot ก็จะมีทั้งหมด 2,800 บาท ด้วยกัน ดังนั้น expressed odds ก็คือ 2,800-ต่อ-1,000 หรือ 2.8-ต่อ-1 ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ดีต่อการ call bet เพราะโอกาสชนะเรามีเพียง 4-ต่อ-1 (เมื่ออัตราส่วนเปิดไพ่มีตัวเลขมากกว่าอัตราส่วนการลงเงิน จะถือว่าเป็นตัวเลข pot odd ที่แย่)

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเสี่ยง call bet ไป มือก็ยังไม่จบ เพราะยังมีรอบเดิมพันเหลือให้ตัดสินใจอยู่อีก ดังนั้นหากเราตัดสินใจ call เมื่อไพ่เปิดถึง river เงินในพอทรวมจะมีจำนวน 3,800 บาท (1,800 กองกลาง +1,000 ของเค้า +1,000 ของเรา) ส่วนทั้งเราและคู่แข่งก็จะยังมีหน้าตักเหลืออยู่ 4,000 เท่าๆกัน และเงินจำนวนนี้ ก็อาจจะถูก bet หรือไม่ก็ all-in ตอน river ก็เป็นได้ ซึ่งนั่นถือว่าเราได้เปรียบละ เพราะเราจะไม่เป็นฝ่ายลงเงินเพิ่มเข้ามาใน pot อีก นอกจากไพ่ฟลัชเราจะเข้า ดังนั้นถ้าไพ่โพธิดำไม่ได้ถูกเปิดมาตอน river เราก็แค่หมอบถ้าคู่แข่ง bet หรือ เค้าอาจจะ check เพื่อเปิดไพ่ showdownแทนก็ได้ ซึ่งทั้งสองสถานการณ์นี้ ถึงไพ่เราจะแพ้ แต่เราก็ไม่ได้เสียเงินอะไรเพิ่มขึ้นครับ

ทีนี้ในกรณีถ้าไพ่โพธิดำถูกเปิดออกมา ก็จะมีความเป็นไปได้ดังนี้ครับ

1. คู่แข่งอาจจะ bet มาใส่เรา แล้วเรา raise ซึ่งเค้าอาจจะ call หรือ fold ก็ได้

2. คู่แข่งอาจ check แล้วเรา bet ไม่มาก ประมาณ 1,000 บาท เค้าก็จะได้รับตัวเลข pot odds คือ 4.8-ต่อ-1 ซึ่งเป็น oddsที่ง่ายต่อการ call ดังนั้นเค้าจึงอาจจะ call

3. คู่แข่งอาจ check แล้วเรา bet ไปจำนวนกลางๆประมาณ 2,000 บาท เค้าจะได้รับตัวเลข pot odds คือ 2.8-ต่อ-1 ซึ่งเค้าอาจเลือกหมอบ หรืออาจจะ call ก็ได้

4. คู่แข่งอาจ check แล้วเรา All-in ไปที่ 4,000 บาทเลย เค้าจะได้รับตัวเลข pot odds ที่ 2-ต่อ-1 ซึ่งโอกาสที่เค้าสู้มีน้อย แต่เค้าก็อาจจะ call ก็ได้

เพราะในความเป็นจริง เราเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อเราติดฟลัช มันจะสามารถทำเงินได้มากขนาดไหน อาจเป็นเพราะเราเองก็ยังไม่รู้ข้อมูลบางอย่างของอีกฝ่าย แต่ถ้าเราพอมีข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจ เช่น เราคาดว่าคู่แข่งน่าจะได้คู่ A แน่ๆ หรือ คู่แข่งเราเป็นผู้เล่นประเภทไม่รัดกุม(loose),คู่แข่งเราเป็นประเภทอ่านทางเก่ง,คู่แข่งน่าจะ call bet ไม่มากจากเรามั้ย หรือ เค้าอาจจะ call all-in จากเราก้ได้ หรือ เค้าจะหมอบหลบไปได้ ดังนั้นการติดฟลัชของเรา ก็อาจไม่ได้ช่วยให้เราทำเงินมากได้แต่เพียงอย่างเดียว เพราะอาจจะไม่ได้กินเลยก็ได้

เพราะงั้นถ้าเราไม่รู้ข้อมูลอะไรของอีกฝ่ายเลย ก็ให้คิดว่าถ้าเราติดฟลัชที่ river ตัวเลขของเงินกำไรที่เราน่าจะทำได้จึงควรคิดอยู่กลางๆ ให้คิดที่ค่าเฉลี่ยของโอกาสที่เค้าจะ call bet จากเราสูงที่สุด เช่นประมาณ 1.000-1,500 บาทครับ

ทีนี้ลองกลับมาดูว่า ถ้าคู่แข่งเรา bet ตอน turn มา 1,000 บาทแล้ว ตัวเลข implied odds จะช่วยให้เราจะตัดสินใจได้ดีขึ้นอย่างไร? อย่างแรก เงินใน pot กองกลางหลังเค้า bet มาจะมีทั้งหมด 2,800 บาท และจำนวนที่เราต้อง call คือ 1,000 บาท ดังนั้น expressed odds ที่เราได้รับคือ 2.8-ต่อ-1 แน่นอนไม่น่า call เพราะมันน้อยกว่าโอกาสที่เราจะติดฟลัชเพื่อชนะมือนั้นคือ 4-ต่อ-1

แต่ถ้าเราคิดว่าเรามีโอกาสทำเงินเพิ่มได้อีกตอนเปิดไพ่ river ระหว่าง 1,000-1,500 บาท ส่วนเราไม่จำเป็นต้องเสียเงินอะไรเพิ่มแล้ว ดังนั้น

1. ถ้าเราทำเงินเพิ่มได้อีก 1,000 บาท implied odds ก็จะเป็น 3,800-ต่อ-1,000 หรือ 3.8-ต่อ-1 ถือว่ายังน้อยกว่าตัวเลขการเปิดไพ่อยู่เล็กน้อย

2. แต่ถ้าเราทำเงินเพิ่มได้อีก 1,500 บาท implied odds ก็จะเป็น 4.3-ต่อ-1 ก็จะถือว่าโอเคเลยครับ

ดังนั้นสรุป ไม่ว่าเราจะตัดสินใจ call หรือ หมอบก็ตาม ก็ไม่มีอะไรผิดครับ ถ้าเราอยากวัด เราก็แค่ call bet ไป หากเราติดฟลัชเราก็ลอง bet สัก 2000 ดูก็ได้ เผื่อเค้า call เพราะฉนั้นการคำนวณ odds ในโป๊กเกอร์ หากตัวเลขแย่หน่อยแล้วเราสู้ จึงไม่ใช่เรื่องผิด หากบางครั้งเราจำเป็นต้องใช้ดวงช่วยบ้าง แต่ก็ควรใช้ให้เหมาะสม นะครับ