เทคนิคการเล่น เมื่อติดไพ่บน flop

เทคนิคการเล่น เมื่อติดไพ่บน flop

poker-bluffing

ก่อนที่จะอ่านบทความนี้ ผมแนะนำให้อ่านบทความเรื่อง เทคนิคการเล่นก่อนflop มาก่อนนะครับ เพราะในบทความนี้จะพูดถึงสถานการณ์หลังการตัดสินใจครั้งแรกไปแล้ว และความเป็นไปได้ต่อไปจะมี 3 รูปแบบคือ

  • เราติดไพ่อ่อน (weak hand)
  • เราติดไพ่กลางๆ (mediocre hand)
  • เราติดไพ่แข็ง (strong hand)

 วิธีเล่นเมื่อเราติดไพ่อ่อน

ถ้าเราพบว่าไพ่ในมือเมื่อผสมกับ flop แล้วเป็นดังนี้

  • ไม่ติดคู่อะไรเลย
  • ไม่มีการรอไพ่ใดๆเลย

ตัวเลือกที่เราควรทำ มีดังนี้ครับ

  • ไม่จำเป็นต้อง bet หรือ raise อีกแล้ว
  • ไม่จำเป็นต้อง call bet หรือ raise อีกแล้ว
  • ให้ล้มเลิกความคิดที่จะเล่นท่ายากไปเลย
  • เตรียมที่จะหมอบ ยกเว้นกรณีเราได้ดูไพ่ turn ฟรีครับ

เพราะหลังจาก flop ถ้าเราเห็นว่าไพ่เราอ่อนและไม่มีความเป็นไปได้ในการพัฒนา ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ควรเล่นมือนั้นต่อไปครับ บางครั้งเราอาจคิดว่า การพยายามbluff เป็นสิ่งที่ควรทำไหม ผมการันตีได้เลยว่าถ้าเราพยายามที่จะ bluff บ่อยๆ จะส่งผลให้เราขาดทุนในระยะยาวแน่นอนครับ เพราะเราอาจดวงดี ชนะแค่ครั้งสองครั้ง แต่ในความเป็นจริง การบลัฟบ่อยนั้นเป็นการเล่นที่ผลาญเงินเราได้เป็นอย่างดีเลยครับ สรุปก็คือไพ่แบบนี้เราไม่ควรลงทุนอะไรเพิ่มแล้วครับ

ในเกมโป๊กเกอร์นั้น เราไม่สามารถเล่นชนะทุกตาแน่นอนครับ เพราะคนที่เป็นนักเอาชนะ มักจะเสียมากกว่าได้เสมอ ฝึกทิ้งมือประเภทนี้ไปและเน้นเซฟเงินจะดีกว่าครับ เพราะมันเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้สุดท้ายเราเป็นผู้ชนะด้วยครับ

ผมเข้าใจว่ามันต้องฝึกทำใจครับ เพราะบางครั้งเราเห็นไพ่ที่ดีมากในมือ เช่น AK หรือ AQ แต่เราควรตระหนักเสมอ ว่าถ้าไพ่มันไปต่อไม่ได้จริงๆ เราก็ควรจะทิ้งมันไปถ้าหากไพ่ flop มันไม่ได้เข้าทางเราครับ พยายามเซฟเงินเพื่อเอาไปเล่นในโอกาสที่ดีกว่ารอบหน้าครับ

วิธีเล่นเมื่อเราติดไพ่กลางๆ

สถานการณ์ที่ไพ่มันดูกลางๆนั้นคือสถานการณ์ที่เล่นยากที่สุดจากทุกสถานการณ์ครับ เพราะมันอาจเป็นไพ่แย่มากกว่าไพ่ที่อ่อนอีกครับ อย่าพึ่งงงนะครับ เพราะสถานการณ์แบบนี้คือเราติดอะไรสักอย่างแต่มันไม่สุดครับ และเราอยู่ตรงกลางนั่นเอง เหมือนเลือกทางว่าจะไปซ้ายหรือขวาดี บางครั้งสถานการณ์แบบนี้ยังทำให้เราสับสนกับการเล่นด้วยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับ ทุกปัญหาสามารถแก้ได้ และตัวอย่างไพ่กลางๆก็คือ

ไพ่กลางค่อนไปอ่อน

  • middle pair
  • flush draw (ไพ่ต่ำ)
  • straight draw (ไพ่ต่ำ)
  • top pair แต่ kickerไม่ดี เช่น A4,K3

ไพ่กลางค่อนไปแข็ง

  • top pair, kicker ดี เช่น AK
  • flush draw (ไพ่สูง)
  • straight draw (ไพ่สูง)
  • สองคู่ (ไพ่ต่ำ)
  • ตอง (ไพ่ต่ำ)

เทคนิคการเล่นไพ่กลางค่อนไปอ่อน

ถ้าเราพบว่าไพ่เราเป็นแบบนี้ สิ่งที่ควรตระหนักคือ ต้องมีการระมัดระวังกับการเล่นมากขึ้นครับ เพราะจริงๆแล้ว มันทำประโยชน์ให้เราได้ใกล้เคียงกับเวลาติดไพ่อ่อนครับ รวมถึงโอกาสในการพัฒนาไพ่ค่อนข้างต่ำ และถึงพัฒนาแล้ว โอกาสแพ้ก็ยังมีอยู่ มันเป็นเรื่องดีครับที่เราติดอะไรใน flop  แต่จงอย่าให้ราคากับไพ่ประเภทนี้มากเกินไปครับ และวิธีที่ควรเล่น คือ ถ้าเรามีโอกาสได้ดูไพ่ turn ฟรี จงคว้าโอกาสนั้นไว้ ไม่ต้อง bet ครับ และอย่างน้อยเตรียมใจหมอบให้มากกว่าเสมอ เวลามีคน bet ครับ

เทคนิคการเล่นไพ่กลางค่อนไปแข็ง

แต่ถ้าเราติดไพ่กลางที่ค่อนข้างแข็ง เราควรมีการพิจารณาองค์ประกอบ “ภายนอก” เพิ่มเติมนอกจากไพ่ที่เราถืออยู่ในมือ เช่น เรานั่งตำแหน่งไหน,ไพ่ flop มีความเป็นไปได้ว่าช่วยคู่แข่งเรารึเปล่า? รวมถึงจำนวนของชิปของเราและคู่แข่งครับ นั่นเป็นเพราะสถานการณ์แบบนี้เราไม่สามารถเลือกการตัดสินใจที่ดีที่สุด จากหน้าไพ่เพียงอย่างเดียวได้ ดังนั้นเราควรจะนำองค์ประกอบอื่นเข้ามาร่วมตัดสินใจว่าจะเล่นอย่างไรถึงดีที่สุดในมือนั้นครับ และโปรดอย่าลืมเรื่อง pot odd เมื่อเราติด flush หรือ straight draw ด้วยครับ

และถ้าเรารู้สึกถึงความได้เปรียบในมือนั้นรวมทั้งตำแหน่งที่นั่งมันก็ดี เราก็ควรเดินหน้าเล่นต่อไปครับ และในขณะเดียวกัน ถ้าเรารู้สึกไม่ดี ไม่มีความมั่นใจ รวมถึงตำแหน่งก็ไม่ดี เล่นยาก การเลือกที่จะหมอบย่อมเป็นทางที่ดีเช่นกันครับ การฝึกฝนบ่อยๆจะช่วยให้เราเกิดการตัดสินใจที่มั่นใจและถูกต้องมากกว่า รวมถึงช่วยให้เราคาดว่าเราจะสามารถทำกำไรจากสถานการณ์นี้ได้ไหม แต่สำหรับมือใหม่ การฝึกฝนอาจต้องใช้เวลากับมันนิดนึงนะครับ เพราะความสำเร็จนั้นไม่มีคำว่าง่ายเสมอครับ

ไพ่กลางส่วนมากไม่ได้ทำให้เราชนะเงินก้อนโตครับ ดังนั้นอย่าทุ่มใจจนเกินไปให้กับมัน หากเราพบว่ามีการเล่นดุเดือดเกิดขึ้นก่อนหน้าเราในตานั้นครับ

เทคนิคการเล่นไพ่แข็ง

ไพ่ประเภทนี้คือ

  • two pair (ไพ่สูง)
  • ติด set (ติดตองในขณะที่เรามีไพ่คู่ในมือ)
  • ตอง (ไพ่สูง)
  • Straight
  • Flush
  • Full House

รวมถึงไพ่ที่ดีกว่านี้

ผมว่าทุกคนคงชอบรวมถึงผมด้วย เวลาที่เราติดไพ่แข็งบน flop เพราะมันเป็นอะไรที่รู้สึกสะใจมากครับ 555 (โดยเฉพาะติดบน flopด้วยนะ) ซึ่งบางคนอาจบอกว่า มือแบบนี้จะมาแนะนำอะไร “ฉันเล่นเป็นน่า 555” แต่ถึงมือแบบนี้มักจะจบลงด้วยการแพ้น้อยมาก แต่มันจะดีกว่าครับ ถ้าเรารู้จะรู้ว่า เราจะเล่นมือนี้อย่างไรถึงจะกวาดกำไรให้มากสุดเท่าที่เป็นไปได้ครับ

ดังนั้นควรจำกฏข้อแรกไว้เสมอว่า เราไม่สามารถสร้างกองเงินใน pot ให้โตขึ้นได้ด้วยการ check และ call เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะใส่เงินลงในกอง pot คือการ bet และ rasie เท่านั้นครับ เพื่อจะทำให้คู่แข่งต้อง call มาเพื่อเพิ่มจำนวนเงินลงไปในกอง pot ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ โดยส่วนมากโอกาสแบบนี้ถึงไม่ได้แต่ก็ไม่เสียครับ และให้จำไว้ว่าถ้าเราอยากเล่นแบบ slow play หรือ พยายามใช้วิธีวางกับดัก โอกาสที่ pot จะโตขึ้นนั้นน้อยกว่าเสมอครับ

และจงอย่ากลัวว่าคู่แข่งเราจะไม่ตามครับ เพราะหลักการของเรื่องนี้ คือ กิน pot ใหญ่ครั้งเดียวย่อมดีกว่ากิน pot เล็ก 10 ครั้งครับ

สาเหตุที่บางคนชอบ slowplay นั่นเป็นเพราะว่าเค้ามักกลัวว่าคู่แข่งจะหมอบหนีไปใช่ไหมครับ จริงๆแล้วเหตุผลที่เค้าจะหมอบก็คือ เค้าคิดจะหมอบตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ ซึ่งถึงเรารอหลังจากนี้ ก็เป็นไปได้ว่าเค้าก็หมอบมากกว่าครับ และ การ bet นี้เราไม่จำเป็นต้องลงเงินเว่อร์เกินไปครับ สิ่งที่เราควรทำก็คือ แค่เล่นแบบ storng และฝึกเลือก size bet ที่ดีครับ

สถานการณ์เดียวที่เราควรคิดถึงการเล่นแบบ slow play คือเมื่อเรามีความมั่นใจว่า ไพ่บน flop นั้นดูง่อย และไม่มีความเป็นไปได้เลยที่คู่แข่งทุกคนบนโต๊ะมีมือที่มาร่วมเล่นด้วยได้ครับ

สรุป

บทความนี้ค่อนข้างสั้นดังนั้นไม่มีข้อสรุปอะไรมากครับ แค่จำไว้ว่าการฝึกฝนบ่อยๆเท่านั้นจะช่วยให้เราเล่นได้ดีขึ้น อย่าลืมเรียนรู้เพื่อพัฒนาทุกครั้ง ในขณะที่เราเล่นโป๊กเกอร์ เพราะมันคือหัวใจหลัก และเพื่อนๆสามารถเรียนรู้จากบทความต่อๆไปได้ครับ