การ เทรดหุ้น กับการเล่น โป๊กเกอร์

 การ เทรดหุ้น และ การเล่นโป๊กเกอร์

เทรดหุ้น กับ โป๊กเกอร์

การ เทรดหุ้น กับการเล่นโป๊กเกอร์

ย่างเข้าเดือนสิงหาคมตลาดทุนโลกก็เผชิญกับมรสุมจากข่าวร้ายๆ จากฝั่งอเมริกาและยุโรป ซึ่งอาจมีผลกระทบ ต่ออารมณ์ของนักลงทุนบางท่านมากเป็นพิเศษในช่วงนี้ อารมณ์กับการลงทุนนั้นเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน ผู้ที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าย่อมได้เปรียบ วันนี้ผมจะขอเขียนบทความเบาๆ เปรียบเทียบอารมณ์และความรู้สึกระหว่างการ เทรดหุ้น กับ การเล่นโป๊กเกอร์
การแข่งขัน Poker Tournament จะประกอบด้วยผู้แข่งหลากหลายประเภทและหลากหลายสไตล์การเล่น ที่ต่างจ้องจะโกย chip บนโต๊ะ ซึ่งแต่ละคนจะต้องอ่านใจคู่แข่ง มีการหลอกล่อ และต้องคาดเดาสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากตลาดหุ้น ที่สำคัญทักษะที่ใช้โดยผู้เล่นโป๊กเกอร์ ระดับท็อปก็เป็นทักษะที่ใช้กันในตลาดหุ้น ปัจจัยทางด้านอารมณ์ที่มีผลต่อการเทรดหุ้นและการเล่น โป๊กเกอร์ไม่ใช่แค่คล้ายกัน แต่แทบจะเหมือนกันเลย อารมณ์หลัก 3 อย่างที่ trader และผู้เล่น โป๊กเกอร์ ต้องเผชิญคือ ความโลภ ความกลัว และความหวัง

ความโลภ


     เป็นหนึ่งในอารมณ์พื้นฐานที่มีกำลังขับเคลื่อนการตัดสินใจของมนุษย์มากที่สุด ความโลภอาจทำให้ผู้เล่น โป๊กเกอร์ หน้ามืด แล้วไปจดจ่อกำไรที่จะได้รับและไม่คำนวณถึงโอกาสที่จะแพ้ เช่นเดียวกับนักลงทุนที่เกิดความโลภจนมองไม่เห็นข้อด้อยของหุ้นตัวนั้น วิธีที่จะเอาชนะความโลภได้ คือแทนที่จะคิดถึงความสุขจากกำไรก้อนนั้นแต่ให้คิดถึงว่าอะไรจะทำให้คุณไม่ชนะ และนี้คือเหตผลว่าทำไมผู้แข่ง Poker ชั้นยอดถึงยอมหมอบทั้งที่มีไพ่ดี

ความกลัว


เป็นอีกหนึ่งอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ และแต่ละคนก็มีระดับความกลัวที่แตกต่างกันไป ชึ่งจะถูกสะท้อนในความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ควานกลัวนั้นอาจเกิดจากประสบการณ์ไม่ดีในอดีต หลังจากวิกฤตเศรษกิจเราจะเห็นนักลงทุนหลายคนเลือกที่จะถือเงินสดแม้ว่าตลาดหุ้นจะถูก ความกลัวจึงอาจทำให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ได้ เวลาเล่นโป๊กเกอร์ ถึงแม้คุณจะมีไพ่ดีในมือแต่ถ้าคู่แข่งคุณ raise เงินเยอะ คุณก็อาจกลัวและหมอบไป ทำให้คุณเสียโอกาสทั้งที่คุณควรจะสู้ จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนหน้าใหม่กล้าที่จะเสี่ยงมากกว่านักลงทุนที่ผ่านวิกฤตเศรษกิจมาหลายรอบ

ความหวัง


ข้อผิดพลาดหลักอีกอย่างหนึ่งของนักลงทุน คือการถือหุ้นที่ขาดทุนต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ cut loss เพราะความหวังว่าราคาหุ้นจะดีขึ้น เช่นเดียวกับการเล่นโป๊กเกอร์ ที่บางครั้งผู้เล่นมีไพ่ไม่ดีในมือแต่เลือกที่จะเล่นต่อแทนที่จะหมอบ เพราะจะขอลุ้นไพ่ flop ด้วยความหวังลมลมแล้งแล้งจึงอาจทำให้นักลงทุนต้องขาดทุนเพิ่มขึ้นได้
Jesse Jamesเทรดเดอร์หุ้นชื่อดังในยุค 1920 เคยเขียนไว้ว่า Trader ที่ประสพความสำเร็จจำเป็นที่จะต้องควบคุมอารมณ์หลัก 2 อย่างของมนุษย์นั่นคือ ความหวังกับความกลัว ช่วงเวลาตลาดขาลง นักลงทุนส่วนใหญ่จะหวังทุกวันว่าวันรุ่งขึ้นตลาดหุ้นจะไม่ลงต่อ ความหวังจึงทำให้คุณไม่ cut loss และก็ลงเอยด้วยการขาดทุนจำนวนมาก ส่วนเวลาตลาดหุ้นขึ้น นักลงทุนกลับกลัวว่าวันรุ่งขึ้นกำไรของคุณที่ได้มาก่อนหน้านี้จะหดหายไป และทำให้ขายหุ้นออกเร็วเกินไป ดังนั้นความกลัวจึงจำกัดความสามารถในการทำกำไร ดังนั้น นักลงทุนชื่อดังหลายท่านจึงทำบางอย่างที่สวนกระแสกับคนอื่นๆ ก็คือ ในเวลาแทนที่จะคนอื่นคาดหวังอย่างมากต่อหุ้น เขากลับกลัว และในเวลาที่คนอื่นกลัว เขากลับมีความหวัง ดังนั้น นักลงทุนที่มีสติควรจะระลึกอยู่เสมอว่า ผลการขาดทุนที่ผ่านมานั้นสามารถจะขาดทุนเพิ่มขึ้นได้อีก และผลกำไรที่เพิ่งได้มานั้นสามารถเพิ่มพูนได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน การควบคุมอารมณ์และการมีวินัย จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเทรดหุ้นและเล่นโป๊กเกอร์ ถ้าคุณสามารถทำได้ ก็จะช่วยลดโอกาสผิดพลาดที่เกิดจากการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลครับ

 

credit

เจฟ สุธีโสภณ
บลจ.บัวหลวง จำกัด

เป็นบทความที่เห็นว่าดี เลยเอามาแชร์กันครับ ^^ จากเวป http://www.moneymartthai.com/knowledge/index.php?cat=dd5c07036f2975ff4bce568b6511d3bc&know_id=62